ทำไมอนิเมะที่ 60FPS ถึงเป็นสิ่งที่แย่ที่สุด

ก่อนที่เราจะหาสาเหตุว่าทำไม เราคงต้องย้อนไปดูเกี่ยวกับเรื่องของ “เฟรมเรท” ก่อน

Frame Rate (เฟรมเรท) คืออะไร

เฟรมเรท คือ อัตราการแสดงภาพเคลื่อนไหว โดยมีหน่วยเป็น per second(ต่อวินาที) ตัวอย่างเช่น ทีวีในบ้านเราออกอากาศที่ 50 FPS (ระบบPAL) และทีวีในอเมริกาจะออกอากาศที่ 60FPS (ระบบ NTSC) ส่วนภาพยนต์และอนิเมะจะมีFPS ที่ 24 (นั้นก็คือ 24 ภาพต่อหนึ่งวินาที)

ทำไมอนิเมะ หรือภาพยนต์ ไม่ควรเป็น “60FPS”

เหตุผลง่ายๆเลย เพราะว่ามันดูไม่ธรรมชาติ และ มันไม่มีความจำเป็นขนาดนั้นที่จะต้องเพิ่มจำนวนของเฟรมเป็น 60 ภาพต่อวินาที โดยปกติแล้ว 24 ภาพทำให้อนิเมะดูลื่นเพียงพอ ที่จะดูแล้วไม่รบกวน หรือรำคาญสายตา การที่เราเพิ่ม หรือ เริ่มทำอนิเมะใน 60ภาพต่อวินาทีนั้น นอกจากจะทำให้ต้องวาดเพิ่มแล้ว ยังทำให้เวลาในการเรนเดอร์CG ขนาดไฟล์ หรือแม้กระทั้งงบประมาณเพิ่มขึ้นอีก นี่จึงเป็นสาเหตุหลักว่าทำไมหนังแทบทุกเรื่อง และอนิเมะจึงไม่นิยมทำใน 60Fps

ในเมื่อบริษัทโปรดักชั่นทำไม่ได้…เราก็สามารถทำเองได้…อย่างนั้นเหรอ?

จริงๆแล้วก็มีโปรแกรมที่สามารถแปลงทุกๆอย่างเป็น 60fps และมากกว่า แม้กระทั้งทีวีบางเครื่องยังมีระบบ Motion flow / Motion interpolate อะไรทำนองนี้ แต่ปัญหาหลักๆตอนนี้ก็คือความผิดพลาดของอัลกอริทึ่มของโปรแกรมพวกนั้นในการแปลงสัญญาณเป็น 60Fps

File:Memc.jpg
ภาพตัวอย่างการทำงานของอัลกอรีทึ่มการแปลงสัญญาณแบบคร่าวๆ

การทำงานของมันก็คือ มันจะตรวจดูภาพแรกก่อน และตรวจสอบภาพถัดไปว่าทีตรงไหนเปลี่ยนบ้าง หลังจากนั้นก็ทำการสร้างภาพขึ้นมาแทรกระหว่างภาพทั้ง2ภาพนั้น และทำไปเรื่อยๆกับภาพถัดไป

แต่… โปรแกรมมันก็ไม่ได้สมบูรณ์เสมอไป เพราะว่ามันคือการสร้างภาพขึ้น มันคือการสร้างสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงขึ้นมาแทรกสิ่งที่มีอยู่จริงๆ ทำให้มันเพิ่มจำนวนภาพจาก 24 เป็น 48 หรือแม้กระทั้ง 60 ภาพต่อวินาที ถ้าการเป็นหนัง หรือวิดีโอ ที่มีการถ่ายทำที่ 24ภาพ และภาพมันต่อกันทุกภาพ ทำให้ได้ภาพที่ลื่นไหล ตามที่มันควรจะเป็น

แต่สำหรับอนิเมะ ภาพมันไม่ได้ต่อกันตลอด 24FPS (ไม่ได้วาดทุกเฟรม)จึงทำให้ภาพดูกระตุก และเกิดอาการแปลกๆ เรียกบ้านๆว่า “ภาพวาป”

ตามที่เห็นก็คือ ภาพมันจะวาปไปหากัน เพราะว่าตัวอัลกอริทึ่มสร้างภาพมันพยายามที่จะสร้างภาพตามที่มันเห็น แต่การขยับมันเร็วเกินไป มันก็เลยทำให้มันเกิดการวาปขึ้นมา

เพราะฉะนั้นนี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมอนิเมะที่ 60FPS จึงไม่ตอบโจทย์สั้กเท่าไหร่นัก แนะนำให้ดู24 FPS ตามแบบฉบับของมันดีกว่า

IF (LOVE == TRUE) เรื่องราวความรักระหว่างคนและหุ่นยนต์

หุ่นยนต์ มันคือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมา เป็นเพียงแค่สิ่งของ หรือเครื่องจักร และมันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตเลย

เพื่อนคนหนึ่ง

คำพูดที่ผมมักจะได้ยินมันบ่อยๆ เมื่อเวลามีข่าวที่เกี่ยวกับหุ่นยนต์ AI หรือพวกเครื่องจักรต่างๆ แต่ผมกลับมองมันอย่างแตกต่างโดยสิ้นเชิง ถ้าเกิดว่าวันนึง เรามีหุ่นยนต์ที่มีความรู้สึกจริงๆขึ้นมา เราจะได้รับอะไรจากมันบ้าง

ถ้าพูดถึงหนังSci-fi สิ่งที่ผู้คนกลัวหุ่นยนต์มากที่สุดก็คือ การที่มันออกมาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์แบบ Skynet หรือเรื่องอื่นๆที่เขาฮิตกัน แต่ถ้าพูดจริงๆแล้ว เราไม่ต้องไปกลัวมันหรอก เพราะมนุษย์ก็ฆ่ากันเองมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

…เอาละ พอกันกับเรื่องฆ่าๆ กันซะที มาพูดถึงเรื่องของความสัมพันธ์บ้าง
สิ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับหุ่นยนต์ก็คือ….แต่…เดี๋ยวนะ… คำว่า “ชอบ” มันมีหลายแบบนะ
ชอบแค่การสร้าง หรือประกอบหุ่นยนต์ เพื่อการแข่งขัน | ชอบที่ดีไซน์ | ชอบความไร้เดียงสา ไร้ความรู้สึกของมัน | ชอบเพราะว่ามันเป็นสิ่ง “มีชีวิต” ที่อยู่ร่วมโลกกันเราได้ หรือ ชอบเพราะรักมันเฉยๆ

แถมมันยังจะแตกออกไปอีกหลายอย่าง เช่น หุ่นMecha, หุ่นGundam, Transformer, Android, คอมพิวเตอร์, เครื่องจักร, Roomba และอื่นๆอีกมากมาย

อย่างผมในที่นี้ ผมชอบหุ่นเหล็กHybrid ระหว่าง Mecha แต่ตัวไม่ใหญ่เกินไป ขนาดเท่ามนุษย์พอดี ผมชอบที่จะให้เขาเข้ามา แล้วบอกว่า ไอ้นั่น ไอ้นู้นมีปัญหานะ ผมก็ยินดีซ่อมเขาให้ มันเหมือนหมออะ แต่เป็นหมอหุ่นยนต์

ผมชอบผิวสัมผัสของเหล็ก มันจะรู้สึกเย็นๆหน่อย แต่บางที่ก็อุ่นๆ อาจะมาจากเครื่องยนต์ที่อยู่ในตัวของเขา ผมชอบเสียงพูดแบบโมโนโทนของเขา มันฟังดูมีเสน่ห์ดี เพราะผมเคยคบกับคนๆนึง เสียงของเขาฟังดูน่ารำคาณมาก… ผมชอบเสียงสูบของเครื่องจักร กลไก และเครื่องยนต์ในตัวของเขา เพราะว่ามันทำให้ผมรู้สึกรักเขามากขึ้นทุกที

บางคนอาจะหาว่าผมบ้า จริงๆก็บ้านั้นแหละ 5555
ผมชอบเขียนโค๊ตครับ Java, C#, C++, php, css, python อะไรก็ว่าไป ผมก็เลยรู้สึกว่า คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องจักรมันก็เป็นสิ่งที่มีเสน่ห์ในตัวของมันนะ…

EOF

OBS กับ AAC ที่เสียงห่วย(ที่สุด)

โปรแกรม OBS (Open Broadcaster Software) โปรแกรมสตรีมอันดับต้นๆ ที่หลายๆคนนิยมใช้กันมา เพราะมันฟรีและใช้ง่าย สามารถใช้ NVENC ในการStreamก็ได้ แต่หากรู้ไหมว่า ตัว Codec เสียง AAC ของมันช่างห่วยสิ้นดี (โดยเฉพาะเครื่องของใครที่ไม่มี iTunes ติดตั้ง) เสียงมันห่วยกว่าMp3 เสียอีก

ด้วยเพราะว่า OBS มันใช้ AAC encoder จาก ffmpeg ผมมีไฟล์เปรียบเทียบระหว่าง Original wav, Apple AAC และ ffmpeg AAC ให้ดู และฟังกัน

แต่…ทำไมต้อง Apple AAC? ก็เพราะว่า Apple มีตัว Encoder ที่ได้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุดในตระกูลAAC หรือ M4A และอีกอย่าง ถ้าคุณติดตั้ง iTunes ในเครื่องของคุณ โปรแกรม OBS ก็จะโหลดModule AAC Encoder ของ Apple มาใช้แทนเจ้า ffmpeg

และเพลงที่ใช้ก็คือ Quake Theme จากเกม Quake นั้นเอง

ไฟล์ต้นฉบับ ริปมาจากแผ่น CD เกม Quake โดยใช้EAC และบันทึกเป็น .wav เพราะฉะนั้น จะได้คุณภาพเท่าต้นฉบับCD (ไฟล์ตัวอย่างที่นำมาเสนอเป็น wav 44100 hz 16bit ทุกไฟล์)

ภาพกราฟของไฟล์ต้นฉบับ โปรแกรมที่ใช้ดูไฟล์คือ Spek
ไฟล์เพลงต้นฉบับ

ภาพกราฟของไฟล์ที่มาจาก Apple AAC@96kbps
ไฟล์เพลงจากการ Encode Apple AAC@96kbps

ภาพกราฟของไฟล์ที่มาจาก ffmpeg AAC@96kbps
ไฟล์เพลงจากการ Encode ffmpeg AAC@96kbps

จะสังเกตุได้ว่า เสียงของ Apple AAC จะดีกว่า FFmpeg อย่างแน่นอน โดยเฉพาะเวลาที่ Bitrate ต่ำๆ อย่าง 96kbps Apple AAC ยังสามารถเก็บความถี่สูงๆได้อยู่ แต่ก็ยังสามารถจับจุดข้อผิดพลาดได้บ้าง แต่สำหรับFFmpeg แล้ว ฟังแต่วิเดียวก็รู้แล้วว่าเสียงของมันห่วยแตกสิ้นดี เสียงเบสไม่ได้อารมณ์ ส่วนเสียงสูงมีสั่นๆ แถมเวทีเสียงแคบลงกว่าเดิม

แล้วทำไมโปรแกรม OBS ถึงไม่ใช้ Apple AAC ตั้งแต่แรกเลยหละ?

OBS ไม่สามารถใช้ AAC ของ Apple ได้ เพราะเรื่องของ License ของตัว Apple และ OBS เอง แต่ถ้าลงiTunes ซึ่งมันจะพวงเอา CoreAudioToolBox มาด้วย ทางOBS ก็สามารถดึงเจ้าModule ตัวนั้นมาใช้ในการ encode เสียงได้